วัตต์บนป้ายไฟสนามโซล่าเซลล์ไม่ใช่ความสว่าง
ตัวเลขวัตต์ที่พิมพ์บนกล่องหรือตัวไฟคือพลังงานที่ระบบโซล่าดึงจากแผง ไม่ใช่วัตต์ที่ชิป LED ใช้จริง และยิ่งไม่ใช่ตัวบอกความสว่าง ตัวเลขที่ควรดูคือลูเมน (lm) ซึ่งผู้ขายส่วนใหญ่ไม่ระบุ
วัตต์โซล่า vs วัตต์ LED คนละเรื่องกัน
ไฟสนามโซล่าเซลล์ป้าย "200W" ไม่ได้แปลว่าชิป LED กินไฟ 200 วัตต์ ตัวเลขนั้นคือกำลังของแผงโซล่าที่ติดบนหัวไฟ ซึ่งจริงๆ แล้วมักเป็นแผงเล็กขนาดฝ่ามือ ให้กระแสได้ไม่กี่วัตต์ในแดดดีที่สุด
ชิป LED ที่อยู่ในไฟตัวนั้นอาจกินไฟจริงแค่ 3-5 วัตต์ ส่วนที่เหลือคือตัวเลขการตลาดที่ไม่มีนิยามตายตัว ผู้ขายบางรายนับรวมกำลังสูงสุดทางทฤษฎีของแผง บางรายนับจากวัตต์พีคของชิปที่ไม่มีวันรันจริงในสภาพปกติ ผลคือตัวเลขบนป้ายเฟ้อได้โดยไม่มีใครผิดกฎหมาย
ลูเมนคือตัวเลขที่ต้องดู ไม่ใช่วัตต์
ลูเมน (lm) คือหน่วยวัดปริมาณแสงที่ออกมาจากแหล่งกำเนิดจริงๆ ไม่ใช่พลังงานที่ใช้ไป หลอดไส้ 60W ให้แสงประมาณ 800 lm ซึ่งเป็นตัวเลขที่คนส่วนใหญ่รู้สึกว่า "พอสว่าง" สำหรับพื้นที่ทั่วไป
ไฟสนามโซล่าเซลล์ราคาถูกป้าย 200W ที่ขายกันทั่วไปมักให้แสงจริงอยู่ที่ 200-400 lm เท่านั้น มืดกว่าหลอดไส้ 60W ที่ถอดออกไปอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งถ้าผู้ขายไม่ระบุค่าลูเมนในหน้าสินค้าเลย นั่นแปลว่าตัวเลขนั้นไม่น่าภูมิใจพอที่จะโชว์
ชิป LED ถูกคือต้นตอที่ทำให้ไฟสนามโซล่าเซลล์สว่างน้อย
ชิป LED ไม่ได้มีมาตรฐานเดียว ชิปถูกที่ใช้ในไฟสนามโซล่าเซลล์ราคาต่ำมักให้ลูเมนต่อวัตต์น้อยกว่าชิปคุณภาพดีหลายเท่า และเสื่อมเร็วกว่าจนสว่างน้อยลงเรื่อยๆ ภายในไม่กี่เดือน
ชิปถูกให้ลูเมนต่อวัตต์ต่ำ เสื่อมเร็ว
ชิป LED คุณภาพดีจากแบรนด์ที่มีมาตรฐาน เช่น Epistar, Bridgelux หรือ Samsung ให้ประสิทธิภาพในช่วง 100-160 lm/W ขึ้นไป ชิปที่ไม่มีแบรนด์ซึ่งใช้ในของราคาหลักร้อยหลายตัวให้ได้แค่ 40-60 lm/W เท่ากับว่าแม้กินไฟเท่ากัน แสงที่ได้ออกมาต่างกันเกือบสองเท่า
ยิ่งกว่านั้น ชิปถูกมีอัตราการเสื่อมของฟลักซ์แสง (lumen depreciation) เร็วกว่ามาก ของที่ซื้อมาแล้วรู้สึกว่า สว่างพอใช้ได้ช่วงแรก อาจมืดลงจนสังเกตเห็นได้ภายในไม่กี่เดือน โดยเฉพาะถ้าโดนความร้อนสะสมในตัวไฟที่ระบายความร้อนได้ไม่ดี
MODI ระบุกำลังไฟ 0.5W และค่าความสว่าง 2LM ในรายละเอียด — เป็นตัวอย่างที่ผู้ขายระบุลูเมนจริง ใช้ประกอบ section ชิป LED และการอ่านค่าความสว่างก่อนซื้อ
ดูสินค้าดูยังไงว่าชิปไหนดีกว่ากัน
ก่อนกดสั่ง มีจุดที่สังเกตได้จากหน้าสินค้าโดยไม่ต้องรอจับของจริง สิ่งที่ควรหาให้เจอ:
- ระบุแบรนด์ชิป ชัดเจน เช่น Epistar, Bridgelux, Samsung — ถ้าไม่มีระบุเลย ชิปที่ใช้มักไม่ใช่ตัวที่อยากโชว์
- ค่าลูเมนที่ระบุสมเหตุสมผล กับขนาดแผงโซล่าที่ติดมา ถ้าแผงเล็กฝ่ามือแต่อ้างลูเมนสูงหลักพัน ตัวเลขนั้นเชื่อไม่ได้
- จำนวน LED bead เทียบกับขนาดตัวไฟ ไฟเล็กที่อ้างว่ามี LED จำนวนมากมักใช้ชิปขนาดเล็กมากที่ให้แสงต่ำต่อดวง
ตัวอย่างที่ดูได้ชัดคือไฟที่ระบุทั้งลูเมนและขนาดแผงมาให้ครบ เช่น MODI สปอตไลท์โซล่าเซลล์ 20W ที่ระบุ 200lm มาในชื่อสินค้า ทำให้ตรวจสอบความสมเหตุสมผลได้ก่อนตัดสินใจ
MODI สปอตไลท์ 20W ระบุ 200lm ในชื่อสินค้าชัดเจน — เป็นตัวอย่างที่ระบุลูเมนมาให้เปรียบเทียบได้จริงตามที่บทความแนะนำให้ดูก่อนซื้อ
ดูสินค้าอ่านเพิ่มเติม: ไฟสนามโซล่าเซลล์ แสงไม่สม่ำเสมอ
การกระจายแสงผิดมุมทำให้สนามมืดทั้งที่ไฟสว่าง
ไฟสนามโซล่าเซลล์บางตัวชิปพอใช้ได้แต่ออกแบบมุมกระจายแสงแคบเกินไป แสงกระจุกอยู่จุดเดียว ขอบสนามมืด หรือติดสูงแล้วแสงส่องลงพื้นน้อยเพราะมุมไม่เหมาะ
มุมกระจายแสงกว้างแคบต่างกันยังไงในทางปฏิบัติ
ไฟมุมแคบ 60-90 องศา เหมาะกับการส่องจุดเฉพาะ เช่น ป้ายบ้าน ต้นไม้ หรือทางเดินแคบ แสงเข้มที่จุดกึ่งกลางแต่ขอบมืดทันที ถ้าเอามาติดกลางสนามหรือลานกว้าง พื้นที่ส่วนใหญ่จะมืดอยู่ดีแม้ไฟจะสว่างที่จุดตรงใต้เสา
ไฟมุมกว้าง 120 องศาขึ้นไป กระจายแสงออกได้กว้างกว่า เหมาะกับพื้นที่โล่งที่ต้องการความสว่างทั่วบริเวณ ไม่ใช่แค่จุดเดียว ผู้ขายบางรายระบุมุมกระจายแสงมาในชื่อสินค้าเพื่อสื่อสารจุดนี้ตรงๆ
Dengo Mega Solar ระบุ 'สว่างกว้าง' ในชื่อสินค้า — ตรงกับ section มุมกระจายแสง ใช้เป็นตัวอย่างที่ผู้ผลิตอย่างน้อยสื่อสารเรื่องมุมแสงมาในชื่อ
ดูสินค้าความสูงติดตั้งกับมุมแสงต้องไปด้วยกัน
ยิ่งติดสูง รัศมีที่แสงครอบคลุมยิ่งกว้าง แต่ความเข้มแสงที่พื้นก็ยิ่งน้อยลงตามกฎกำลังสอง ติดสูง 5 เมตร ด้วยไฟมุมแคบ พื้นที่ใต้เสาอาจได้แสงเพียงพอ แต่พอออกไปห่าง 2-3 เมตรก็มืดแล้ว
หลักคิดง่ายๆ คือความสูงติดตั้งควรไม่เกินรัศมีที่ต้องการสว่างจริง ถ้าต้องการให้สว่างรัศมี 4 เมตร รอบเสา ความสูงติดตั้งที่เหมาะคือไม่เกิน 4-5 เมตร และต้องใช้ไฟมุมกว้างด้วย ไม่ใช่ไฟสปอตไลท์มุมแคบ
ไฟสนามโซล่าเซลล์ที่ซื้อแล้วคุ้มจริงต้องดูอะไรก่อนจ่ายเงิน
หลังเสียเงินไปสองรอบกับของที่สว่างไม่ถึงครึ่งที่คาด สิ่งที่เปลี่ยนวิธีเลือกได้จริงไม่ใช่การดูวัตต์ให้สูงขึ้น แต่คือการดูตัวเลขและสเปกที่ถูกจุด
ลูเมน แบรนด์ชิป และ IP rating สามตัวเลขที่ต้องได้ก่อนตัดสินใจ
เปิดหน้าสินค้าแล้วหาสามอย่างนี้ก่อนอ่านรีวิว:
- ค่าลูเมน — ต้องระบุ และต้องสมเหตุสมผลกับขนาดแผงโซล่าที่ติดมา แผงเล็ก 2-3W อ้างลูเมนเกิน 1,000 คือสัญญาณอันตราย
- แบรนด์ชิป LED — ถ้าไม่ระบุเลย ให้ระวัง ของที่ชิปดีมักโชว์ชื่อแบรนด์ชิปเป็นจุดขาย
- IP rating — ไฟกลางแจ้งต้องได้อย่างน้อย IP65 ขึ้นไป IP44 หรือต่ำกว่าไม่เหมาะกับฝนและความชื้นระยะยาว
ถ้าหน้าสินค้าไม่มีข้อมูลสักอย่างในสามข้อนี้ ให้ข้ามไปดูตัวอื่นก่อน ของที่ดีพอมักไม่ต้องซ่อนตัวเลข
MODI IP65 ระบุ rating กันน้ำกันฝุ่นชัดเจนในชื่อสินค้า — ผ่านหนึ่งในสามเกณฑ์กรองที่ summary บทความแนะนำ (IP rating ครบสำหรับกลางแจ้ง)
ดูสินค้าTS-S4502 ระบุ 800LM และขนาดแผง 6V/5W ในรายละเอียด — มีตัวเลขลูเมนและขนาดแผงให้ตรวจสอบความสมเหตุสมผลได้ ตรงกับเกณฑ์กรองที่บทความสอน
ดูสินค้าความจุแบตในตัวไฟกำหนดว่าสว่างได้กี่ชั่วโมง
ไฟสนามโซล่าเซลล์เก็บพลังงานจากแดดไว้ในแบตเตอรี่ขนาดเล็กที่อยู่ในตัวไฟ ความจุแบต (mAh หรือ Wh) กำหนดตรงๆ ว่าไฟจะสว่างได้นานแค่ไหนในคืนที่ผ่านมาไม่มีแดดเพียงพอ
ของราคาถูกมักโม้ความจุแบตพอๆ กับที่โม้วัตต์ แบตที่อ้างว่า 3,000 mAh แต่ตัวไฟขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ น้ำหนักเบาผิดปกติ ตัวเลขนั้นมักไม่ตรงความจริง ของที่ระบุทั้งขนาดแผงและความจุแบตมาชัดเจน เช่น โคมไฟติดผนังโซล่าเซลล์แบต 3600mAh ที่ระบุแผงโมโนคริสตัลไลน์ 3W และแบต 3600mAh มาในรายละเอียด อย่างน้อยตรวจสอบความสมเหตุสมผลได้ก่อนกดสั่ง
Randy UFO Ultron ระบุแบตความจุสูงและวัสดุเหล็กกัลวาไนซ์ชัดเจน — เป็นตัวอย่างไฟสนามโซล่าเซลล์ที่ผ่านเกณฑ์ความทนทานกลางแจ้ง ใช้ประกอบ section เลือกซื้อได้จริง
ดูสินค้า