ที่เคยเชื่อว่าชุดโซล่าเซลล์คอนโดจะลดค่าไฟได้ดี
ความเชื่อที่พาให้ควักกระเป๋าผิดมีอยู่ไม่กี่ข้อ แต่ข้อไหนที่แพงที่สุดเมื่อพลาดจริง ต้องดูให้ชัดก่อน
สเปกวัตต์บนกล่องกับวัตต์จริงบนระเบียง
ตัวเลขวัตต์บนแผงโซล่าเซลล์วัดภายใต้สภาพ STC — แสงแดด 1,000 วัตต์/ตารางเมตร อุณหภูมิแผง 25°C ลมนิ่ง ซึ่งไม่มีอยู่จริงบนระเบียงคอนโดไทย
ระเบียงส่วนใหญ่ได้แดดเต็มๆ ไม่เกิน 3-4 ชั่วโมงต่อวัน บวกกับมุมวางแผงที่ถูกจำกัดด้วยราวระเบียงและเพดาน แผง 200 วัตต์ ในสภาพนี้ผลิตไฟได้จริงอาจอยู่แค่ 60-80 วัตต์ ในช่วงที่แดดดี และน้อยกว่านั้นมากในวันที่มีเมฆหรือฝน ยังไม่นับเงาจากอาคารข้างเคียงที่บังแผงบางส่วนตลอดวัน
ตัวเลขบนป้ายสินค้าไม่ผิด แต่มันวัดในห้องทดสอบ ไม่ใช่บนระเบียงชั้น 8 ทิศตะวันตกที่มีอาคารสูงอยู่ฝั่งตรงข้าม
คิดว่าไม่ต้องขออนุญาตอะไรเลย
ระบบ off-grid แยกวงจร — แผงชาร์จแบต แบตจ่ายโหลด ไม่ต่อเข้าสายบ้าน — ไม่ต้องขออนุญาตการไฟฟ้า ทำได้เลย นี่คือระบบที่เหมาะกับคอนโดและหอพักมากที่สุด
แต่ระบบ on-grid หรือ plug-in ที่ขนานไฟเข้ามิเตอร์ เรื่องต่างออกไปทันที ต้องยื่นขออนุญาตการไฟฟ้าและต้องใช้ช่างไฟที่มีใบอนุญาต ทำเองโดยไม่มีช่างคือผิดกฎหมาย และถ้าเกิดเหตุ ประกันภัยอาคารอาจไม่คุ้มครอง
และอีกชั้นที่หลายคนลืม คือ กฎของนิติบุคคล — แม้ระบบ off-grid ไม่ต้องขออนุญาตการไฟฟ้า แต่การยึดแผงกับราวระเบียงหรือผนังภายนอกอาคาร อาจผิดข้อบังคับของอาคารนั้นๆ อยู่ดี
ชุดโซล่าเซลล์คอนโด-หอพักที่ใช้งานได้จริงมีอยู่กี่แบบ
ตัดของที่ไม่เหมาะออกก่อน เหลือแค่ชุดที่ทำได้จริงในพื้นที่จำกัดและไม่ต้องเจาะผนัง
ชุด off-grid แบบพกพา แผง + แบตสำรอง
ชุดที่เหมาะกับคอนโดและหอพักมากที่สุดคือแบบนี้ — แผงพับได้หรือแผงแข็งขนาดเล็ก วางบนระเบียงกลางวัน ต่อเข้า power station หรือแบตพกพา ชาร์จไว้ใช้กลางคืน ไม่มีสายเข้าระบบไฟบ้าน ไม่ต้องขออนุญาตใคร
ข้อดีที่ชัดเจนของชุดแบบนี้:
- ย้ายได้ ถ้าย้ายห้องก็เอาไปด้วย
- ไม่ต้องเจาะผนัง ไม่ต้องยึดถาวร
- ไม่ต้องขออนุญาตการไฟฟ้าหรือนิติบุคคล (ถ้าไม่ยึดราวระเบียง)
- เริ่มต้นงบไม่สูง ขยายทีหลังได้
ข้อเสียตรงๆ คือกำลังผลิตจำกัด แผงเล็กชาร์จได้ช้า ถ้าโหลดหนักหรือฟ้าปิดหลายวัน แบตหมดก็หมด ต้องรู้ว่าใช้กับโหลดแบบไหนถึงจะพอ
ชุดนอนนา GD-8017 ขนาดเล็ก พกพาสะดวก ชาร์จโทรศัพท์ได้ — เหมาะสำหรับหอพักที่ต้องการเริ่มต้นเล็กแล้วขยายทีหลัง
ดูสินค้าชุด balcony solar แบบ plug-in ไมโครอินเวอร์เตอร์
ชุดนี้ทำงานต่างออกไป — แผงต่อเข้าไมโครอินเวอร์เตอร์ แล้วเสียบปลั๊กเข้ากับเต้ารับในห้องตรงๆ ไฟที่ผลิตได้จะเข้าวงจรบ้านทันที ลดหน่วยที่ดึงจากมิเตอร์การไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ
ในยุโรปและบางประเทศในเอเชียระบบนี้ถูกกฎหมายและนิยมมาก แต่ ในไทยตอนนี้ยังเป็นพื้นที่เทา — การไฟฟ้าไม่ได้ออกมาประกาศรับรองชัดเจน และหลายนิติบุคคลห้ามใช้อุปกรณ์ที่ขนานไฟเข้าระบบอาคาร
ถ้าสนใจชุดนี้ ต้องทำสองอย่างก่อนซื้อ — หนึ่ง ถามนิติบุคคลให้ชัด สอง ปรึกษาช่างไฟที่มีใบอนุญาต ห้ามต่อเองโดยไม่มีช่าง เพราะถ้าเกิดปัญหาไฟฟ้าในอาคาร ความรับผิดชอบตกที่คุณเต็มๆ
ชุดที่ไม่เหมาะกับคอนโด-หอพักเลย
มีชุดหลายแบบที่ขายในตลาดแล้วดูเหมือนใช้กับคอนโดได้ แต่จริงๆ แล้วไม่เหมาะเลย ได้แก่:
- ชุด on-grid ขนาด 3-10 kW ที่ต้องต่อเข้าตู้ไฟหลักและขออนุญาตการไฟฟ้า — ไม่ใช่ของสำหรับห้องเช่า
- ชุดที่ต้องเจาะหลังคาหรือโครงสร้างอาคาร — ทำไม่ได้ในคอนโดทุกกรณี
- ชุดที่มีแผงใหญ่กว่า 1 เมตร — ระเบียงคอนโดทั่วไปลึกแค่ 1.2-1.5 เมตร วางแผงใหญ่แล้วไม่มีพื้นที่ใช้สอยเหลือ และน้ำหนักอาจเกินที่ราวระเบียงรับได้
ของสามชุดนี้ไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่มันออกแบบมาสำหรับบ้านเดี่ยว ซื้อมาใช้กับคอนโดคือซื้อผิดของ เงินหายโดยไม่ได้ประโยชน์
ข้อจำกัดที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจซื้อชุดโซล่าเซลล์
ระเบียงคอนโดและหอพักมีข้อจำกัดเฉพาะที่ต่างจากบ้านเดี่ยวมาก ถ้าไม่เช็กก่อน เงินที่จ่ายไปอาจไม่คืนทุนเลย
ทิศและเงาของระเบียง กำหนดผลลัพธ์ทั้งหมด
ทิศระเบียงคือตัวแปรที่เปลี่ยนไม่ได้และมีผลมากที่สุด ในไทยระเบียงที่หันไปทางทิศใต้และตะวันออกเฉียงใต้ให้แดดเต็มๆ นานที่สุดตลอดปี ระเบียงทิศตะวันออกได้แดดช่วงเช้า ระเบียงทิศตะวันตกได้บ่ายแต่แดดแรงและร้อนกว่า ระเบียงทิศเหนือแทบไม่คุ้มเลยในแง่พลังงาน
เงาเป็นปัญหาอีกชั้น อาคารข้างเคียง ราวระเบียง เพดานระเบียง หรือแม้แต่ต้นไม้ที่ปลูกในกระถาง ล้วนบังแผงได้ และแผงโซล่าเซลล์ไวต่อเงามาก เงาบังแค่ 10-20% ของพื้นที่แผง อาจทำให้กำลังผลิตหายไปมากกว่านั้น
วิธีเช็กที่ง่ายที่สุดคือยืนที่ระเบียงตอน 10 โมงเช้าถึงบ่ายสอง แล้วดูว่าพื้นระเบียงโดนแดดตรงๆ กี่ชั่วโมง ตัวเลขนั้นคือสิ่งที่ระบบโซล่าของคุณจะได้ทำงานจริงๆ
กฎของนิติบุคคลและสัญญาเช่า
นิติบุคคลคอนโดและหอพักหลายแห่งมีข้อห้ามชัดเจนเรื่องการติดตั้งสิ่งของบนราวระเบียงหรือผนังภายนอก เหตุผลมีตั้งแต่เรื่องความปลอดภัย ทัศนียภาพอาคาร ไปจนถึงความรับผิดชอบกรณีของตกใส่คนข้างล่าง
ถ้าเป็นผู้เช่า ยังต้องขออนุญาตเจ้าของห้องอีกชั้นหนึ่ง เพราะการดัดแปลงหรือติดตั้งอุปกรณ์ถาวรอาจผิดสัญญาเช่า โทรถามนิติบุคคลและเจ้าของห้องก่อนซื้อ ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีแต่ช่วยให้ไม่ต้องถอดของออกทีหลัง
ชุด off-grid แบบพกพาที่ไม่ยึดถาวรกับโครงสร้างอาคารมักผ่านด่านนี้ได้ง่ายกว่า แต่ก็ควรถามให้ชัดก่อน ไม่ใช่สมมติเอาเอง
อ่านคู่กัน: ชุดโซล่าเซลล์แคมป์ปิ้ง DIY
ชุดที่ใช้อยู่ตอนนี้และคิดว่าคุ้มกว่าที่เคยเชื่อ
หลังจากรู้ว่าพลาดตรงไหน ชุดแบบไหนที่เหมาะจริงสำหรับคนอยู่คอนโดหรือหอพักที่อยากลดค่าไฟโดยไม่ยุ่งยาก
โหลดที่คุ้มที่สุดสำหรับชุด off-grid ขนาดเล็ก
ชุด off-grid เล็กๆ ไม่ได้ตั้งใจมาทดแทนค่าไฟทั้งห้อง แต่ถ้าเลือกโหลดให้ถูกต้อง ตัวเลขที่ลดได้จริงก็น่าสนใจ โหลดที่เหมาะกับชุดขนาดนี้ได้แก่:
- ชาร์จโทรศัพท์และแท็บเล็ต (5-20 วัตต์)
- แล็ปท็อป (45-65 วัตต์)
- พัดลมตั้งโต๊ะ (30-50 วัตต์)
- หลอด LED (5-15 วัตต์ ต่อดวง)
สมมติใช้แล็ปท็อปและพัดลม 8 ชั่วโมงต่อวัน รวมประมาณ 100 วัตต์ ถ้าระบบผลิตไฟได้จริง 200-250 วัตต์ชั่วโมงต่อวัน ก็ครอบคลุมโหลดนี้ได้สบาย เดือนหนึ่งประหยัดได้ประมาณ 6-7.5 หน่วย หรือราว 20-25 บาท ที่อัตราค่าไฟ 4-5 บาทต่อหน่วย
ชุดคอนโทรลโซล่าเซลล์ 12V ไม่มีอินเวอร์เตอร์ — สำหรับผู้ที่มีอินเวอร์เตอร์อยู่แล้ว ประหยัดงบประมาณ เริ่มต้นเล็กตามคำแนะนำบทความ
ดูสินค้าตัวเลขนี้ฟังดูน้อย แต่นั่นคือสภาพจริงของระเบียงคอนโด ใครที่คาดหวังลดค่าไฟได้เป็นร้อยบาทต่อเดือนจากชุดเล็กๆ มักผิดหวัง
จุดคุ้มทุนที่ตั้งใจจริงๆ
ชุด off-grid พกพาราคา 3,000-5,000 บาท (แผง + แบต + อุปกรณ์) ที่ประหยัดได้ 20-30 บาทต่อเดือน ใช้เวลาคืนทุนประมาณ 8-20 ปี — นานกว่าอายุแบตที่มักอยู่ได้ 3-5 ปี สำหรับแบตตะกั่วทั่วไป
ตัวเลขนี้ไม่ได้บอกว่าซื้อไม่คุ้ม แต่บอกว่าต้องชัดกับตัวเองว่าซื้อเพื่ออะไร ถ้าซื้อเพราะอยากลดค่าไฟเป็นหลัก ตัวเลขคืนทุนต้องรับได้ก่อน แต่ถ้าซื้อเพราะอยากมีไฟสำรองกรณีไฟดับ หรืออยากลดการพึ่งพาระบบไฟหลักบางส่วน นั่นเป็นเหตุผลที่คำนวณเป็นเงินไม่ได้ทั้งหมด
ชุดนอนนาออฟกริด 3000W พร้อมใช้ — ไม่ต้องขออนุญาตการไฟฟ้า ตรงกับข้อแนะนำของบทความให้เลือก off-grid แยกวงจร
ดูสินค้าชุดที่คืนทุนได้จริงในคอนโดคือชุดที่ ราคาไม่สูง โหลดตรง และระเบียงได้แดดพอ สามอย่างนี้ต้องครบพร้อมกัน ขาดข้อใดข้อหนึ่ง ตัวเลขคืนทุนก็ยืดออกไปอีก
