beam angle คืออะไร และทำไมถึงสำคัญกับไฟสวน
ตัวเลขที่หลายคนข้ามผ่านบนกล่องโคมไฟคือองศากระจายแสง แต่ตัวเลขนี้แหละที่ตัดสินว่าแสงจะเกาะต้นไม้หรือกระจายหายไปในอากาศ
แสงแคบ แสงกว้าง ต่างกันยังไงในทางปฏิบัติ
beam angle แคบ 15-30 องศา คือแสงที่รวมตัวเป็นลำ วิ่งไปไกลโดยไม่กระจาย ลองจินตนาการไฟฉายที่เน้นจุดเดียวชัดๆ กลางคืน นั่นคือความรู้สึกของแสงแคบ เหมาะมากกับต้นไม้ทรงสูงที่ต้องการให้แสงวิ่งตามลำต้นขึ้นไปถึงยอด หรือจุดเฉพาะอย่างประติมากรรมหน้าบ้าน
beam angle กว้าง 60-120 องศา คือแสงที่เปิดออกเหมือนพัด ระยะใกล้ๆ แสงกระจายคลุมพื้นที่กว้าง เหมาะกับพุ่มไม้ที่ต้องการให้แสงห่มทั้งทรง หรือผนังที่ต้องการให้แสงลาดผ่านพื้นผิว ถ้าเอาแสงกว้างไปส่องต้นไม้สูง แสงจะหมดแรงก่อนถึงยอด ได้แค่โคนต้นสว่างส่วนที่เหลือมืดตามเดิม
ระยะห่างจากโคมถึงต้นไม้กำหนด beam angle ที่ควรเลือก
ระยะห่างและมุมแสงต้องไปด้วยกัน ถ้าวางโคมห่างไม่ถึง 1 เมตรจากโคนต้น แสงแคบจะยิงเข้าลำต้นเป็นจุดสว่างแคบๆ ไม่คลุมทรง ต้องใช้มุมกว้าง 60 องศาขึ้นไป ถึงจะห่มพุ่มได้พอดี
แต่ถ้าวางโคมห่างออกไป 2 เมตรขึ้นไป แล้วเงยขึ้นหาต้นไม้ทรงสูง ต้องใช้แสงแคบ 15-30 องศา เพราะระยะนั้นแสงกว้างจะกระจายหมดก่อนถึงยอด ได้แค่ลำแสงจางๆ ลอยอยู่กลางอากาศ ไม่เกาะต้นไม้จริงๆ วัดระยะก่อนซื้อโคม แค่นั้นก็ช่วยได้มาก
อ่านเพิ่มเติม: ไฟถนนโซล่าเซลล์ ระยะติดตั้ง
ส่องต้นไม้ทรงต่างกัน ตั้งโคมไม่เหมือนกัน
ต้นไม้แต่ละทรงมีจุดที่แสงควรตกไม่เหมือนกัน ส่องผิดจุดต้นไม้ดูแบนและไม่มีมิติ ส่องถูกจุดแม้แต่ต้นเล็กก็ดูโดดเด่นกลางคืน
ต้นไม้ทรงสูง เช่น ปาล์ม ไผ่ ต้นหมาก
วางโคมห่างจากโคนต้นออกมาประมาณ 1.5-2 เมตร แล้วเงยหัวโคมขึ้นทำมุมประมาณ 45-60 องศา กับพื้น แสงจะวิ่งตามลำต้นขึ้นไปสร้างเงาบนใบที่ยอด ได้ความรู้สึกสูงโปร่ง ดูมีมิติ
สิ่งที่ไม่ควรทำคือวางโคมชิดโคนต้นแล้วส่องตรงขึ้น แสงจะกระทบโคนต้นสว่างมาก แต่พอขึ้นไปถึงกลางลำต้นก็หรี่ลงจนยอดมืด ต้นปาล์มที่ควรดูสง่าก็กลายเป็นดูเตี้ยลงครึ่งหนึ่ง
MODI ระบุ 2500K warm white ตรงกับคำแนะนำบทความ (ใบเขียวไป warm white) — โคมปักดินออกแบบส่องต้นไม้ มี beam angle แคบ เหมาะระยะ 2 เมตรขึ้นไป
ดูสินค้าต้นไม้ทรงพุ่ม เช่น ชวนชม บอนไซ ไม้ดอกในกระถาง
ต้นทรงพุ่มต้องการแสงที่ ห่มทั้งทรง ไม่ใช่เจาะจุดเดียว ใช้โคม beam angle 60-90 องศา วางด้านข้างหรือหน้าต้นในระยะ 30-80 เซนติเมตร แสงจะกระจายคลุมพุ่มทั้งหมด เห็นรายละเอียดใบและดอกได้ทั่วถึง
ถ้าใช้แสงแคบกับต้นทรงพุ่ม จะเกิดจุดสว่างกลางพุ่มแล้วมืดรอบนอก ต้นไม้ดูเหมือนโดนสปอตไลท์เวทีมากกว่าอยู่ในสวนบ้าน โคมปักดินปรับมุมได้ช่วยได้มากในกรณีนี้
AIMO โคมปักดิน แสงวอร์ม (warm white) — ตรงกับคำแนะนำบทความ (ใบเขียวไป warm white) ปักดินได้ ปรับมุมส่องต้นไม้
ดูสินค้าส่องผนังหรือรั้วหิน ให้แสงเกาะพื้นผิว ไม่ใช่ยิงตรง
เทคนิคที่เรียกว่า grazing light คือวางโคมชิดผนังมากๆ แล้วส่องแสงขนานไปกับพื้นผิว ไม่ใช่ยิงตั้งฉากเข้าหาผนัง ผลที่ได้คือแสงจะเน้นพื้นผิวนูนต่ำของหิน อิฐ หรือไม้ ทำให้เห็นเนื้อวัสดุชัดขึ้นมาก
ถ้าส่องตรงเข้าผนัง แสงจะกระจายสม่ำเสมอจนผนังดูแบนราบ ไม่ต่างจากทาสีขาวทับ แต่พอเปลี่ยนมาส่องขนานผิว เนื้อหินหรืออิฐจะโผล่มาเองโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม โคมติดผนังที่ปรับมุมได้ลงมาด้านล่างหรือขึ้นด้านบนตามแนวผนังเหมาะกับงานนี้มาก
MODI โคมปักดิน ติดผนัง ระบุแสงขาว/แสงวอร์ม — ตรงกับสองสีแสงที่บทความสอน ปักดินได้ ปรับมุมได้ตามทรงต้นไม้
ดูสินค้าสีแสง warm white กับ cool white เลือกให้ตรงกับพืชและบรรยากาศ
มุมแสงถูกแล้วแต่สีแสงผิดก็ยังดูไม่สวย ต้นไม้ใบเขียวกับต้นไม้ใบสีม่วงแดงตอบสนองต่อสีแสงไม่เหมือนกัน
warm white เหมาะกับต้นไม้ใบเขียวและบรรยากาศผ่อนคลาย
แสง 2700-3000K ทำให้ใบเขียวดูนุ่ม มีความลึก และดูอุ่นสบาย เวลามองจากในบ้านออกมาจะไม่รู้สึกว่าไฟแยงตา เพราะสีแสงใกล้เคียงกับแสงเทียนหรือหลอดไส้รุ่นเก่าที่ตาคุ้นเคย
สวนที่นั่งเล่นได้สบายตอนเย็น ต้องการบรรยากาศที่ผ่อนคลาย warm white คือคำตอบ ต้นไม้ใบเขียวทั่วไปอย่างเฟิน พลูด่าง หรือไม้พุ่มสีเขียวล้วนดูดีกับแสงโทนนี้ทั้งนั้น
YOOKIE ไฟสปอตไลท์ LED ส่องต้นไม้ — ราคากลาง ปักดินได้ ออกแบบส่องสวน ตรงกับความต้องการของบทความ
ดูสินค้าcool white เหมาะกับต้นไม้ใบสีม่วง แดง หรือต้องการความคมชัด
แสง 5000-6500K ทำให้สีม่วงและแดงของใบโดดเด่นขึ้นชัดเจน เช่น เดหลี ใบด่างสีม่วง หรือต้นไม้ใบสีแดงเข้ม ถ้าใช้ warm white กับต้นพวกนี้ สีจะดูหม่นและจมลงไปกับความมืด
แต่ถ้าเอา cool white ไปส่องต้นไม้ใบเขียวทั่วไป จะได้บรรยากาศแบบสนามกีฬามากกว่าสวนบ้าน แสงขาวเย็นทำให้ใบเขียวดูซีดและแข็ง ไม่มีความลึก โคมที่สลับได้ระหว่างสองโทนแสงจึงยืดหยุ่นกว่าสำหรับสวนที่มีต้นไม้หลายชนิด
MODI spotlight 20-100W ระบุ 3 สี (3000K/6500K/3 สี) — ตรงกับปัญหาบทความ (ใบม่วงแดงไป cool white) มี IP65 กันน้ำ เหมาะส่องต้นไม้ทรงต่างกัน
ดูสินค้าอ่านต่อ: ไฟสนามโซล่าเซลล์ ฝังดิน
จุดพลาดที่ทำให้ไฟส่องต้นไม้โซล่าเซลล์สวยในหัวแต่แยงตาในชีวิตจริง
ของดีแต่ติดตั้งผิดก็เสียของ มีหลายจุดที่คนมักพลาดโดยไม่รู้ตัวจนกว่าจะได้เปิดไฟจริงตอนกลางคืน
วางโคมหันหน้าเข้าหาคนแทนที่จะหันเข้าหาต้นไม้
นี่คือต้นเหตุของปัญหาแยงตาที่พบบ่อยที่สุด โคมที่วางหันมาทางชานบ้านหรือทางเดินจะส่งแสงเข้าตาคนนั่งโดยตรง แม้แสงจะตกถูกต้นไม้ก็ตาม
วิธีตรวจง่ายๆ คือยืนในจุดที่มักนั่งเล่นตอนกลางคืน แล้วมองไปที่โคมไฟ ถ้าเห็นหน้าโคมตรงๆ แปลว่าโคมหันผิดทิศ ให้หมุนโคมให้แสงวิ่งออกห่างจากจุดที่คนนั่ง ไม่ใช่วิ่งเข้าหา ปรับแค่นี้บางทีแก้ปัญหาแยงตาได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องเปลี่ยนอุปกรณ์
ลืมเรื่องแผงโซล่าต้องได้แดดแต่โคมต้องได้เงา
ไฟส่องต้นไม้โซล่าเซลล์แบบ all-in-one ที่แผงติดอยู่บนตัวโคมเลยมักเจอปัญหาขัดแย้งกันในตัวเอง เพราะตำแหน่งที่ต้นไม้ให้เงาสวยตอนกลางคืนมักเป็นตำแหน่งที่ต้นไม้บังแดดตอนกลางวันพอดี แบตเตอรี่ชาร์จไม่เต็ม ไฟก็หรี่ก่อนสว่างรุ่งเช้า
สำหรับสวนที่มีร่มเงาเยอะ ควรเลือกรุ่น แยกแผง-แยกโคม ซึ่งติดแผงในจุดที่โล่งแดดได้เต็มวัน แล้วลากสายมาที่โคมในจุดร่มที่ต้องการ ข้อดีของรูปแบบนี้มีหลายอย่าง:
- วางแผงในที่แดดดี ไม่ต้องง้อตำแหน่งต้นไม้
- ปรับมุมโคมได้อิสระโดยไม่กระทบการชาร์จ
- แบตชาร์จเต็มทุกวัน ไฟสว่างได้ตลอดคืน
โคมแบบแยกแผงมักราคาสูงกว่า all-in-one เล็กน้อย แต่ถ้าสวนมีต้นไม้ให้ร่มเงาดี การลงทุนตรงนี้ทำให้ระบบทำงานได้จริงแทนที่จะหรี่ทุกคืนหลังเที่ยงคืน
MODI 50W spotlight รีโมทคอนโทรล เลือกแสงขาว/เหลือง — ครอบคลุมทั้ง warm white และ cool white ที่บทความแนะนำ มี beam angle ปรับได้
ดูสินค้า