นับโหลดจริงก่อน ทุกอย่างเริ่มที่นี่
ก่อนจะรู้ว่าต้องซื้อแผงกี่วัตต์หรือแบตกี่แอมป์ ต้องรู้ก่อนว่าบ้านสวนของคุณดึงไฟไปเท่าไหร่ต่อวัน วิธีนับไม่ยาก แต่ต้องทำให้ครบ
รายการโหลดที่บ้านสวนมักใช้
อุปกรณ์ที่บ้านสวนส่วนใหญ่ใช้ไม่ได้หนักอย่างที่คิด ปั๊มน้ำเล็กๆ พัดลมตั้งพื้น หลอดไฟ LED สองสามดวง ทีวีจอเล็ก กับชาร์จโทรศัพท์ แค่นั้นเอง แต่ถ้าไม่ได้นับให้ครบ พอซื้อชุดมาแล้วแบตหมดก่อนเที่ยงคืนก็ไม่รู้จะโทษอะไร
ตัวอย่างโหลดที่เจอบ่อยในบ้านสวนทั่วไป:
- ปั๊มน้ำขนาดเล็ก (250-370 วัตต์) ใช้วันละ 1-2 ชั่วโมงตอนเช้า
- พัดลมตั้งพื้นหรือพัดลมฝ้า (40-60 วัตต์) ใช้ 4-6 ชั่วโมงตอนกลางคืน
- หลอด LED 2-3 ดวง (8-15 วัตต์ต่อดวง) ใช้ 4-5 ชั่วโมง
- ทีวี LCD จอ 24-32 นิ้ว (30-60 วัตต์) ใช้ 2-3 ชั่วโมง
- ชาร์จโทรศัพท์ 2-3 เครื่อง (15-20 วัตต์รวม) ใช้ 2-3 ชั่วโมง
ตัวเลขวัตต์ข้างบนคือโดยประมาณ ให้เอาอุปกรณ์ที่บ้านสวนของคุณมาแทนแล้วนับใหม่ เพราะปั๊มน้ำแต่ละรุ่นกินไฟไม่เท่ากัน และบางบ้านสวนก็มีตู้เย็นเล็กหรือเครื่องชาร์จแบตรถไฟฟ้าเพิ่มเข้ามาด้วย
คำนวณหน่วยไฟต่อวัน (Wh/day)
วิธีคำนวณตรงไปตรงมา คือเอาวัตต์ของอุปกรณ์แต่ละชิ้นคูณกับชั่วโมงที่ใช้ต่อวัน แล้วรวมทุกชิ้นเข้าด้วยกัน ผลที่ได้คือ Wh ต่อวัน ซึ่งคือพลังงานที่ระบบโซล่าเซลล์ต้องผลิตและเก็บให้ได้
บ้านสวนที่ใช้ไฟเบาๆ แค่ไฟ พัดลม ชาร์จโทรศัพท์ ไม่มีปั๊มน้ำหรือทีวี มักอยู่ในช่วง 500-800 Wh/day ส่วนบ้านสวนที่มีปั๊มน้ำรดแปลง มีทีวี มีพัดลมหลายตัว ตัวเลขขึ้นไปถึง 1,200-2,000 Wh/day ได้ไม่ยาก ความต่างระหว่างสองกรณีนี้คือขนาดแผงและแบตที่ต้องการต่างกันเกือบสองเท่า ดังนั้นนับให้ครบก่อนจะดีกว่า
เจาะลึกต่อ: ชุดโซล่าเซลล์สำเร็จรูป
แผงโซล่าเซลล์ต้องกี่วัตต์ คำนวณจากแดดเมืองไทย
เมื่อรู้ Wh ต่อวันแล้ว ขั้นต่อไปคือแปลงเป็นขนาดแผงที่ต้องการ โดยอิงกับชั่วโมงแดดจริงในพื้นที่บ้านสวนของคุณ ไม่ใช่ตัวเลขในโฆษณา
ชั่วโมงแดดจริงกับขนาดแผงที่ใช้ได้
สิ่งที่คนมักเข้าใจผิดคือคิดว่าแดดออก 8-10 ชั่วโมง แผงก็ผลิตไฟได้ 8-10 ชั่วโมง ความจริงคือแดดที่แรงพอให้แผงทำงานเต็มกำลัง (Peak Sun Hours) ในเมืองไทยส่วนใหญ่อยู่ที่ 4-5 ชั่วโมงต่อวัน ช่วงเช้าและเย็นแสงเฉียงทำให้กำลังผลิตลดลงมาก
วิธีคำนวณขนาดแผงคร่าวๆ คือเอา Wh/day หารด้วย Peak Sun Hours แล้วบวกเผื่ออีก 20-30% สำหรับหน้าฝนที่แดดหายไปหลายวัน และการสูญเสียในระบบจากสายไฟ ชาร์จเจอร์ และความร้อน เช่น ถ้าบ้านสวนใช้ไฟ 800 Wh/day หารด้วย 4.5 ชั่วโมง ได้ประมาณ 178 วัตต์ บวกเผื่อ 25% ก็ควรมีแผงรวมกันไม่ต่ำกว่า 220-230 วัตต์
แผงโซล่าเซลล์ ECOPower ขายเยอะ (146 sold) rating สูง 4.81 เหมาะสำหรับระบบบ้านสวนที่มีอินเวอร์เตอร์อยู่แล้ว ตรงกับกรณีศึกษาบทความ
ดูสินค้าแผงโมโนคริสตัลกับแผงโพลีคริสตัล เลือกอะไรดีสำหรับบ้านสวน
ถ้าหลังคาหรือพื้นที่ติดตั้งมีจำกัด แผงโมโนคริสตัลได้เปรียบเพราะประสิทธิภาพสูงกว่า ได้วัตต์มากกว่าในพื้นที่เท่ากัน ส่วนแผงโพลีคริสตัลราคาถูกกว่า แต่ต้องการพื้นที่มากกว่าเล็กน้อย สำหรับบ้านสวนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ติดตั้งบนหลังคาบ้านแคบๆ แผงโพลีก็ใช้ได้ดี
สิ่งที่ต้องระวังมากกว่าคือแผงที่โม้วัตต์บน marketplace ถ้าเห็นแผงป้าย 500W ราคาหลักร้อยสองสามร้อยบาท ให้ข้ามไปก่อนเลย แผงขนาดนั้นต้องมีพื้นที่ผิวประมาณ 1.6-2 ตารางเมตร ถ้าของที่ขายเล็กกว่านั้นชัดเจน ตัวเลขวัตต์ที่แปะไว้ไม่ใช่วัตต์จริง
แผงโซล่าเซลล์ 12V/18V ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับคำนวณโหลดจริงบ้านสวน ราคาเข้าถึงง่าย ช่วยให้ผู้อ่านเริ่มต้นจากแผงขนาดพอดี ไม่โอเวอร์สเปก
ดูสินค้าแบตเตอรี่กี่แอมป์ถึงพอข้ามคืน และเลือกแบบไหน
แบตเตอรี่คือส่วนที่กินงบมากที่สุดในชุดโซล่าเซลล์บ้านสวน และเป็นส่วนที่คนมักเลือกผิดมากที่สุดด้วย ทั้งซื้อน้อยเกินไปจนไฟหมดก่อนเช้า หรือซื้อมากเกินจนแบตถูกชาร์จไม่เต็มทุกวันจนเสื่อมเร็ว
คำนวณ Ah ที่ต้องการจากโหลดกลางคืน
โหลดกลางคืนคือสิ่งที่แบตต้องแบกรับจริงๆ เพราะตอนกลางคืนแผงไม่ผลิตไฟแล้ว ให้แยกโหลดออกเป็นสองส่วน ส่วนที่ใช้ตอนกลางวัน (ปั๊มน้ำตอนเช้า) กับส่วนที่ใช้ตอนกลางคืน (พัดลม ไฟ ทีวี) แล้วเอาเฉพาะโหลดกลางคืนมาคำนวณ Ah
สูตรคือ Wh กลางคืน หารด้วยแรงดันระบบ (12V หรือ 24V) แล้วหารด้วยค่า Depth of Discharge ที่ยอมใช้ได้ แบตลิเธียม LiFePO4 ใช้ได้ถึง 80-90% ของความจุ ส่วนแบตตะกั่ว-กรด Deep Cycle ควรใช้ไม่เกิน 50% เพื่อให้อายุการใช้งานยาว เช่น โหลดกลางคืน 400 Wh ระบบ 12V แบตตะกั่วควรมีความจุไม่ต่ำกว่า 67 Ah (400 ÷ 12 ÷ 0.5) แต่ถ้าเป็น LiFePO4 ใช้แค่ 37 Ah ก็พอ
แบตเตอรี่ NPP 12V 55AH-120AH ขนาดหลากหลาย ให้ผู้อ่านเลือกตามโหลด Wh/day ที่คำนวณ rating 4.85 ขายเยอะ (31 sold) เหมาะสำหรับบ้านสวนข้ามคืน
ดูสินค้าลิเธียม LiFePO4 กับแบตตะกั่ว-กรด Deep Cycle ต่างกันยังไงในทางปฏิบัติ
ที่บ้านสวนที่ไฟยังเข้าไม่ถึง ความต่างของสองตัวนี้ชัดมากในชีวิตประจำวัน แบตตะกั่ว-กรด Deep Cycle ราคาเข้าถึงได้ง่ายกว่า แต่หนัก ขนาด 100Ah อาจหนักถึง 25-30 กิโลกรัม และถ้าดึงลึกเกิน 50% บ่อยๆ อายุรอบชาร์จจะสั้นลงเร็ว หน้าฝนที่แดดหายสองสามวันติด แบตตะกั่วที่ถูกดึงลึกซ้ำๆ เสื่อมเร็วกว่าที่คิด
แบต LiFePO4 น้ำหนักเบากว่าครึ่ง ชาร์จเร็วกว่า รอบชาร์จสูงกว่ามาก แต่ราคาสูงกว่าหลายเท่า สำหรับบ้านสวนที่ใช้งานจริงทุกวัน ถ้างบพอ LiFePO4 คืนทุนได้ในระยะยาวเพราะอายุการใช้งานยาวกว่ามาก แต่ถ้างบจำกัดและดูแลการชาร์จ-ดิสชาร์จได้ แบตตะกั่ว Deep Cycle ก็ยังเป็นตัวเลือกที่ใช้ได้
แบตเตอรี่ LiFePO4 12V 314Ah ระบบพรีเมียม ให้ผู้อ่านเห็นตัวเลือกระดับสูง ประกัน 5 ปี rating 4.63 เหมาะเปรียบเทียบกับแบตตัวอื่นในการเลือกแบบไหน
ดูสินค้าดูเพิ่มที่: ชุดโซล่าเซลล์ ตู้เย็น
อินเวอร์เตอร์และโซล่าชาร์จเจอร์ เลือกให้ตรงกับระบบ
อินเวอร์เตอร์กับโซล่าชาร์จเจอร์เป็นสองตัวที่คนมักซื้อตามราคาโดยไม่ดูว่าเข้ากับแผงและแบตที่มีหรือเปล่า ผลคือระบบทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพหรือพังก่อนเวลา
อินเวอร์เตอร์ขนาดไหน และทำไมต้องเพียวซายน์เวฟสำหรับบ้านสวน
ขนาดอินเวอร์เตอร์ต้องรองรับโหลดสูงสุดที่เปิดพร้อมกันได้ทั้งหมด ไม่ใช่แค่โหลดเฉลี่ย และต้องบวกเผื่อ Surge สำหรับมอเตอร์ปั๊มน้ำด้วย เพราะตอนสตาร์ทมอเตอร์ กระแสพุ่งสูงกว่าปกติ 2-3 เท่า ชั่วคราว อินเวอร์เตอร์ที่รับ Surge ไม่ได้จะตัดวงจรหรือเสียหายได้
เรื่องที่สำคัญกว่าขนาดคือคลื่นไฟ อินเวอร์เตอร์แบบ Modified Sine Wave (โมดิฟายซายน์เวฟ) ราคาถูกกว่า แต่คลื่นไฟไม่สะอาด อุปกรณ์ที่มีมอเตอร์หรือคอยล์ เช่น ปั๊มน้ำ พัดลม หรือทีวีบางรุ่น อาจร้อนผิดปกติ ทำงานเสียงดัง หรือเสียหายได้ในระยะยาว บ้านสวนที่มีปั๊มน้ำควรใช้ Pure Sine Wave เสมอ ไม่ว่าจะเป็นระบบเล็กแค่ไหน
อินเวอร์เตอร์ 1000W 12V pure sine wave ขายเยอะ (18 sold) rating 4.97 ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับบ้านสวนที่ใช้ไฟน้อย (ปั๊มน้ำ พัดลม ไฟ) ไม่โอเวอร์สเปก
ดูสินค้าอินเวอร์เตอร์ 3000W 12V/24V pure sine wave ขายเยอะ (20 sold) rating 4.98 ให้ผู้อ่านเห็นตัวเลือกระดับกลาง สำหรับบ้านสวนที่ใช้ไฟมากขึ้น
ดูสินค้าMPPT กับ PWM โซล่าชาร์จเจอร์ บ้านสวนควรใช้ตัวไหน
ตัวเลือกนี้ขึ้นอยู่กับขนาดระบบและแรงดันแผงที่ใช้ PWM ทำงานได้ดีเมื่อแรงดันแผงใกล้เคียงกับแรงดันแบต เช่น แผง 12V เข้าแบต 12V ราคาถูกกว่า เหมาะกับระบบเล็กที่แผงไม่เกิน 100-150 วัตต์
MPPT ดึงพลังงานจากแผงได้มากกว่า PWM โดยเฉพาะตอนเช้าและเย็นที่แสงยังไม่แรงเต็มที่ และเหมาะกับระบบที่แผงแรงดันสูงกว่าแบต เช่น แผง 18V หรือ 24V เข้าแบต 12V ถ้าระบบบ้านสวนใช้แผงรวมกัน 200 วัตต์ขึ้นไป MPPT คุ้มกว่าในระยะยาวเพราะเก็บพลังงานได้มากกว่า
ขนาด Amp ของชาร์จเจอร์ต้องรองรับกระแสที่แผงผลิตได้สูงสุด วิธีคำนวณคือเอาวัตต์แผงทั้งหมดหารด้วยแรงดันแบต เช่น แผง 300W ระบบ 12V ต้องการชาร์จเจอร์ไม่ต่ำกว่า 25A และควรเลือกเผื่อไว้ที่ 30A เพื่อไม่ให้ทำงานเต็มพิกัดตลอดเวลา
MPPT ชาร์จเจอร์ 30A/60A/100A รับ 12V-48V ขายเยอะ (46 sold) rating 4.86 ตรงกับการเลือกชาร์จเจอร์ที่เข้าระบบ ช่วยชาร์จแบตเต็มเร็วกว่า PWM
ดูสินค้าPWM ชาร์จเจอร์ 12V/24V 10A-60A จอ LCD ราคาถูก (138 บาท) ขายเยอะ (21 sold) rating 4.9 เหมาะสำหรับระบบบ้านสวนเล็ก ให้ผู้อ่านเห็นตัวเลือกประหยัด
ดูสินค้า